แบงก์กำไรสดใสทั้งปี
ตะลึงฟาดดอกเบี้ยค่าต๋งพุ่งสินเชื่อทะยานไกลครึ่งปีหลังชำแหละงบธนาคารไตรมาส 2 และ 6 เดือนพบรายได้ดอกเบี้ยพุ่ง ธุรกิจประกันหนุนรายได้ค่าต๋งทะลัก คาดอนาคตหรูตลอดปีได้สินเชื่อหนุน
ธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2554 มีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 33,822 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนประมาณ 30.3% นับว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นแชมป์การเติบโตถึง 55% ส่วนธนาคารเกียรตินาคิน (KK) เป็นธนาคารเดียวที่มีกำไรโตลดลงประมาณ 8%
สาเหตุที่ทำให้กลุ่มธนาคารพาณิชย์มีกำไรดีขึ้นเกินคาด เป็นผลมาจาก 4 ปัจจัยหลัก โดยเฉพาะสินเชื่อที่โตต่อเนื่องและส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (NIM) ที่สูงขึ้น พบว่าทุกธนาคารดีขึ้นระหว่าง 19.641.6% โดยธนาคารทหารไทย (TMB) มี NIM เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 41.6% ขณะที่กรุงศรีอยุธยา (BAY) ทำได้ต่ำสุดที่ 19.6%
สำหรับรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการถือเป็นส่วน สำคัญ โดยเฉพาะทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ที่มีรายได้ดังกล่าวสูงถึง 43% ตามด้วย KK 41.2% และไทยพาณิชย์ (SCB) ที่โต 36.4% ซึ่งเป็นผลมาจากธุรกรรมประกันภัยที่เติบโตขึ้นมาก
ด้าน TMB มีรายได้จากเงินตราต่างประเทศโตสูงสุดที่ 49.5% ขณะที่ธนาคารอื่นมีรายได้ส่วนนี้ไม่มาก
สำหรับการตั้งสำรองหนี้ไม่มีรายได้ หรือ NPL ของทุกธนาคารลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2554 ซึ่งช่วยหนุนให้งบออกมาดี โดย NPL ของ SCB ลดลงมาอยู่ที่ 1.16% จาก 1.37% KBANK ลดลงมาอยู่ที่ 1.14% จาก 1.31% และ KTB ลดลงมาอยู่ที่ 3% จาก 3.09% เป็นต้น
นายธวัชชัย อัศวพรไชย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการกลุ่มธนาคารในช่วงครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง เพราะสินเชื่อยังคงเติบโตตามพื้นฐานเศรษฐกิจ จึงมีการแข่งขันระดมเงินฝากแบบมีระยะเวลา เพื่อรองรับการปล่อยกู้ในอนาคตและเป็นการล็อกต้นทุนดอกเบี้ยไม่ให้สูงจนเกิน ไป
อย่างไรก็ตาม รายได้จาก NIM และค่าธรรมเนียมอาจทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เพราะในช่วงครึ่งปีแรกรายได้ดังกล่าวเติบโตค่อนข้างมาก
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า กำไรของกลุ่มธนาคารและบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นเกินคาดการณ์หลายแห่ง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจมากขึ้น หลังจากรับข่าวดีเรื่องการเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดัชนีหุ้นก็ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งปัจจัยต่างประเทศ และนักลงทุนต่างชาติยังรอดูความชัดเจนการจัดตั้งรัฐบาลและรัฐมนตรีเศรษฐกิจ สำคัญ แม้ว่าจะเข้ามาซื้อเพิ่มมากถึง 4,590 ล้านบาท ดันดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น 4.60 จุด ปิดที่ระดับ 1,101 จุด แล้วก็ตาม
No comments:
Post a Comment